กิจกรรมใกล้ ๆ นี้

โลก-นอก/ใน-หนัง : The gods must be crazy

The God Must be Crazy   : ความสุขของคน “ไม่มีเวลา”
โดย : ปอ
มากกว่าเสียงหัวเราะ“เทวดาท่าจะบ๊องส์” ยังถูกโครงการโลกนอก/ในหนังนำมาฉายในฐานะงาน ethnography ชิ้นหนึ่ง ให้เรา”นั่งคุย” กันและได้ “ขบคิด” แง่มุมต่างๆ ในเชิงมานุษยวิทยา หลากหลายเรื่องราวที่สุดแต่สายตาจะมองเห็น
..แต่ประเด็นหนึ่ง ที่น่าสนใจของหนังเรื่องนี้อยู่ตรงที่การเปรียบเทียบความต่างระหว่างโลก 2 ขั้ว ให้ผู้ชมได้เห็นอย่างชัดเจน ก็คือ โลกของ “ชนเผ่า” (Bushman) และโลกในเมืองที่เต็มไปคนมีอารยธรรม (Civiled man) น่าสนใจว่า มาตรวัดระดับความเจริญของสังคมทั้ง 2 นี้อยู่ที่อะไร??
..คงอยู่ที่ใครมอง..หรือมองโดยใช้เกณฑ์อะไรเป็นตัววัด
..เพราะถ้าใช้ความต่างกันของระดับการพัฒนาเทคโนโลยี ความรู้ การเน้นผลิตวัตถุ และการจัดการเวลาให้คุ้มค่าทุกนาทีอย่างนั้นหรือ?? ถ้าเป็นนั้น สังคมชนเผ่าเล็กๆ ของ Xi คงแพ้ราบคาบ
แต่ถ้าวัดกันที่ระดับความสุขล่ะ…การพัฒนาทางวัตถุมากมายจะมีความหมายสักเพียงไหน??

โลก-นอก/ใน-หนัง : The gods must be crazy

The Gods must be crazy : โลกที่วิ่นแหว่ง
โดย Jo
เส้นแบ่งอันพร่ามัวระหว่างโลกข้างนอกกับข้างในของมนุษย์ยังคงสร้างข้อถกเถียงมาตลอดมา ตั้งแต่ที่Immanuel Kantเสนอความคิดว่า เราเข้าใจโลกผ่านกรอบของความคิดชุดหนึ่งของเรา ที่ประทับลงไปและตีกรอบการรับรู้ความจริงหรือโลกภายนอกเอาไว้ เท่ากับว่าเราไม่อาจรับรู้ความเป็นจริงของโลกภายนอกได้ทั้งหมด
เช่นเดียวกัน เรื่อยมาจนแนวคิดทางภาษาศาสตร์ของFerdinand de Saussureที่ชี้ให้เราเห็นว่า แท้ที่จริงแล้ว กรอบความคิดหรือตราประทับที่เรามีนั้นก็คือ“ภาษา” เราเข้าใจโลกผ่านระบบ“ภาษา” และ “ภาษา” นั่นเองที่เป็นตัวจำกัดกรอบความคิดของเรา
โครงการ “โลก-นอก/ใน-หนัง: เสวนาภาพยนตร์กับนักเรียนสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา”เองก็เดินมาในท่วงทำนองเดียวกัน การสนทนาถึง “โลก”ในภาพยนต์ที่สะท้อนถึงทั้ง “โลก”ภายนอกและ “โลก”ภายในตัวผู้สนทนา ทั้งหมดนี้กระทำการผ่านระบบสัญญะในลักษณะเดียวกับที่ภาษา ด้วย ภาพ เสียงและสิ่งอื่นๆ ในหนัง ซึ่งทำหน้าที่ส่งต่อความคิดของผู้สร้างที่มีต่อตัวหนัง ตัวหนัง และกระทั่งตัวผู้สนทนาเองแบบที่มันเป็นออกมาอย่างวิ่นแหว่ง แต่ความวิ่นแหว่งนั่นเองกลับเป็นความดึงดูดให้เรามุ่งสนทนาเพื่อเข้าไปให้ใกล้กับความจริงอีกซักนิด(ไม่ว่ามันพร้อมที่จะให้เราเข้าไปหรือกระทั่งว่ามีอยู่จริงหรือไม่)
ภายใต้ความวิ่นแหว่งเหล่านี้ ที่เกิดขึ้นมากระทั่งในระบบ“ภาษา” ระบบ“สัญญะ”ที่(ดูเหมือนว่า)เรามีร่วมกัน
เพื่อชี้ถึงความวิ่นแหว่งเหล่านั้น บทสนทนาชิ้นนี้กำลังที่จะนำเราเข้าไปสู่ความวิ่นแหว่งอย่างชัดเจนของการปฏิสัมพันธ์กันด้วยระบบ“ภาษา”ที่แตกต่างกัน ใน The Gods must be crazy

โลก-นอก/ใน-หนัง : WALL-E

WALL•E: A Story of Estranged Labour
โดย Lukasti

-1-
ผมไม่เชื่อว่า WALL•E เป็นหนังรัก แต่ก็เถียงได้ไม่เต็มปากนัก หากใครจะยืนยันว่ามันเป็น กระนั้นก็ตาม ถ้าหาก WALL•E ไม่ได้จบลงอย่างที่ผมได้ดู แต่จบลงโดยที่ WALL•E ต้องทำงานเก็บขยะต่อไปจนอีกหลายร้อยปีข้างหน้า หนังเรื่องนี้จะยังคงเป็น “หนังรัก” ดังที่ Pixar โฆษณาไว้ หรือไม่?
-2-
หลายคนคงเคยได้ยินวลีที่ว่า “Work is worship. Duty is God” หากเราสมมติง่ายๆ ว่า เกิดมาแล้วเรียนจนอายุ 20 ทำงานจนเกษียณตอนอายุ 60 แล้วตายตอนอายุ 80 ชีวิตที่อยู่กับงานเป็นเวลา 40 ปี หรือครึ่งหนึ่งของชีวิต หากคนเราจะนับถือหน้าที่การงานเป็นพระเจ้าก็ไม่แปลก ในสังคมทุนนิยม มนุษย์อาจเลิก “ทำงานเพื่อพระเจ้า” แต่รับเอางานเป็นพระเจ้าแทน คำถามปัญหาก็คือ งานเป็นพระเจ้าแบบไหนกันแน่?
Robert Neville ในภาพยนตร์ I am Legend (2007) [...]

โลก-นอก/ใน-หนัง : The Sleeping Dictionary

เมื่อวันศุกร์ 13 ที่ผ่านมา โครงการเราได้ฉายภาพยนตร์เรื่อง The Sleeping Dictionary มีผู้มาร่วมชมเกือบยี่สิบท่าน นั่งชมกันอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน ซาบซ่านซาบซึ้งไปกับความหอมหวานและสวยงามในภาพยนตร์ (โดยเฉพาะนางเอก – ฮาาา..) หลังจากภาพยนตร์จบลงการเสวนาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเมามันและจบลงหลังจากเราคุยกันอยู่เป็นชั่วโมงๆ ..คุณ “ปราชญ์ วิปลาส” ก็อาสารับหน้าที่ “เขียน” ถึงภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวและการเสวนาของเรา.. (กระนั้นก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่คุณปราชญ์ฯเขียนจะเป็นสิ่งที่ผู้ร่วมเสวนาในวันนั้นห็นด้วยทุกประการแต่อย่างใด)     และต่อไปนี้คือข้อเขียนของคุณปราชญ์..เชิญลิ้มรสสัมผัสได้หลังจากเส้นประเป็นต้นไปครับ
- – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – [...]